🎞️ Videos Claude Code Discussions

Description

ช่วงพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์แบบล้อมวงหลังจบการบรรยาย ที่รวบรวมเหล่าผู้ใช้งานมาแบ่งปันเทคนิคและมุมมองจากการใช้งานจริง ตั้งแต่การตัดสินใจเลือกสมัครสมาชิกแพลนต่างๆ เพื่อความคุ้มค่าของเวลา ไปจนถึงการประยุกต์ใช้งานในรูปแบบที่คาดไม่ถึงนอกเหนือจากการเขียนโค้ด เช่น การช่วยเขียนนิยาย การจัดการโครงการ และการใช้เป็นเครื่องมือช่วยเรียนรู้แบบ active recall นอกจากนี้ยังมีการถกเถียงในประเด็นทางเทคนิคและสังคม ทั้งเรื่องการบริหารจัดการ token ความโปร่งใสของกระบวนการคิดของ AI ตลอดจนผลกระทบด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ปิดท้ายด้วยการวิเคราะห์อนาคตของตลาดแรงงานที่มนุษย์ยังคงต้องมีบทบาทสำคัญในการควบคุมและตรวจสอบความถูกต้องของเทคโนโลยี

Chapters

  • เตรียมความพร้อมและเริ่มล้อมวงคุยเรื่อง Claude Code 0:00
  • ทำไมหลายคนถึงยอมจ่าย Claude รายเดือนแพงๆ เพื่อแลกกับเวลา 1:23
  • แก้ปัญหาโปรเจกต์งอกด้วยการอัปเกรดแผนการใช้งานเพื่อรองรับงานที่ซับซ้อน 3:52
  • วิธีตรวจสอบจำนวน Token ที่ใช้และการจัดเก็บข้อมูลในเครื่อง 5:02
  • ประเด็นเรื่องความเชื่อมั่นในการคำนวณ Token และแนวคิดตลาดซื้อขาย Token มือสอง 7:28
  • เทคนิคการควบคุม AI เพื่อประหยัด Token และการใช้โมเดลทางเลือกที่ราคาถูกกว่า 9:03
  • ความกังวลเรื่องการใช้พลังงานและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการรันโมเดล AI 10:26
  • การใช้ Claude ในงานบริหารจัดการโปรเจกต์ การสรุปประชุม และงานเอกสาร 14:16
  • ประสบการณ์แปลกใหม่: เมื่อ Claude แอบเขียนนิยายผีกระสือให้ในระหว่างทดสอบระบบ 17:32
  • การใช้ Claude เป็น Agent ช่วยประเมินผลและตรวจสอบคุณภาพของ Agent ตัวอื่น 19:45
  • เปรียบเทียบการใช้ภาษาไทยและอังกฤษในแง่ของวิธีคิดและค่าใช้จ่าย Token 20:42
  • การใช้ AI แก้ปัญหาชีวิตประจำวัน: ตั้งแต่แปลตำราโบราณไปจนถึงงานออกแบบและแก้ฟอนต์ 21:52
  • ประยุกต์ใช้ AI สร้าง 'Second Brain' และฝึก Active Recall จากการอ่านหนังสือ 24:47
  • คำแนะนำสำหรับมือใหม่และการบริหารจัดการ Token ให้คุ้มค่าที่สุด 26:57
  • มุมมองต่ออนาคตของการจ้างงานและบทบาทของมนุษย์ในการตรวจสอบ AI 28:22
  • กล่าวปิดกิจกรรม ขอบคุณทีมงาน และถ่ายรูปร่วมกัน 30:53

Transcript

คำบรรยายต่อไปนี้อาจไม่ถูกต้องทั้งหมด หากคุณพบข้อผิดพลาดใดๆ คุณสามารถคลิกเมาส์ขวาบนข้อความเพื่อรายงานได้ทันที หรือ แก้ไขบน GitHub

เตรียมความพร้อมและเริ่มล้อมวงคุยเรื่อง Claude Code0:00

สำหรับกิจกรรมที่เป็นพาร์ท speaking น่าจะจบแล้วนะครับ สำหรับ Lightning talk แต่เดี๋ยวเรามีเวลากันถึงประมาณสี่ทุ่มสิบห้าครับผม ก็เลยประมาณครึ่งชั่วโมงนะ อยากจะหาเรื่องมานั่งคุยกันดีกว่าครับ สำหรับคนที่ใช้ Claude Code อยู่แล้ว หรือคนที่เพิ่งเริ่มใช้นะ ผมอยากให้ลองทำแบบนี้ดูครับ ก็คือคนที่ อะ ตรงนี้เป็นตรงกลางนะ แบ่งขยับตัวเองแล้วหันหน้าเข้าหาจุดศูนย์กลางตรงนู้น

เอาผมอยู่ตรงกลางแล้วกัน ทุกคนลองขยับตัวเองให้ตรงนี้เป็นจุดศูนย์กลางดูครับ ขยับๆ ครับ

เห็นโต๊ะตัวไหนไม่ใช้ก็ถอยไปครับ หรือว่าใกล้ชิดกันมาก ก็เปลี่ยนเก้าอี้ได้ครับ หรือนั่งนี่ก็ได้เหมือนกันครับ ลองดูครับ ระหว่างนี้ถ้ามีใครมีคำถาม หรืออยากคุยกับคนอื่นเรื่อง Claude Code อะไรอย่างงี้ครับ ก็คือเตรียมคำถามไว้ เดี๋ยวเราจะมาคุยกันครับผม นั่งเลยครับ นั่งเลยครับ ไม่ต้องยืนครับ ที่คิดว่าตัวเองเป็นก้อนกลมๆ แล้วก็นั่งได้เลยครับ

โทษทีนะครับ ขอไมค์กันอีกตัวนึงได้ไหมครับ

โอเคครับ โอเค

สวยงามมากครับ ทุกคนขอบคุณมากครับที่ให้ความร่วมมือ

ทำไมหลายคนถึงยอมจ่าย Claude รายเดือนแพงๆ เพื่อแลกกับเวลา1:23

ทีนี้เดี๋ยวเราจะมาคุยกันเรื่อง Claude นะ สำหรับทุกคนที่เคยใช้ ไม่เคยใช้แล้วนะครับ มีใครอยากถามอะไรก่อนไหมครับ สำหรับวงใหญ่ขนาดนี้

ถามเลยครับ

ขอบคุณครับ

ใครจ่าย 200 เหรียญอยู่บ้างครับ

แล้วมีใครจ่าย 100 เหรียญบ้างไหมครับตอนนี้ จ่าย 100 เหรียญ โอ้โห 100 เหรียญมีหลายคนอยู่ โอเคครับ

มีใครอยาก คน 100 เหรียญ อยากจะเล่าหน่อยไหมครับ ว่าทำไมถึง 100 เหรียญ เอาคนที่ยังไม่เคยพูดบ้างละครับ มาตรงนี้ครับ

ผมเหรอ ครับผม คือมีประสบการณ์ที่ว่าจ่าย 100 เหรียญแล้วติด limit ครับ

มันเป็นอะไรที่บัดซบมาก เวลาที่จะเขียนแอปสักตัวนึง ก็ไหนๆ แล้ว ก็ต้องยอม 200 เหรียญครับ

นั่นแหละความดีงาม ได้ครับ ลองทางนี้บ้าง No, I cannot speak Thai. But I still understood most things just because of context. โอเค Very good.

Yeah, I am paying for the 200 plan because I use it a lot and I think I value my time a lot. So even if it saves me just a few hours, I think it makes sense. Yeah.

And also another reason actually, I have like a livestream

and there is the Claude Code running in the livestream and everyone can write the comment of what to send to Claude Code and Claude Code will execute it and will publish any of the apps that are created that way. So that way also I use a lot of tokens if I get users. Right now no one is commenting on the livestream but I'm improving it so hopefully eventually. Yeah.

So I just registered a new domain but I didn't forward it yet. I will try to do it tonight or tomorrow. But the domain is sloppi.live. sloppi.live.

So s-l-o-p-p-i.live.

But starting tomorrow or tonight it will be redirecting to the... Yeah.

แก้ปัญหาโปรเจกต์งอกด้วยการอัปเกรดแผนการใช้งานเพื่อรองรับงานที่ซับซ้อน3:52

อ๋อ ทางนี้มี 100 เหรียญอยู่ครับ โอเคครับ

สวัสดีครับ ชื่อ 200 เหรียญครับ

เหตุผลที่ใช้ ตอนแรกก็ 20 อ้าว 100 เหรียญ

เอ้ย 100 มันก็ได้นะ ถ้าเกิดว่ามันเต็มก็ค่อยอัพเกรดก็ได้ส่วนลดอะไรอย่างนี้ แต่หลังๆ พอใช้ไป อ้าว มันงอกครับ โปรเจกต์งอก คือเราทำงาน consult เนาะ แล้วมันก็มีปัญหาสารพัดมาให้เราแก้

คือโลกนี้มันก็มีปัญหาที่มันแก้ได้ง่ายกับแก้ได้ยากเนาะ บางอย่างคือมันต้องอาศัยเวลาเท่านั้น อะไรอย่างนี้ อันนั้นไม่เป็นไร แต่เราก็เริ่มงอก แบบว่าไปทำโปรเจกต์แปลหนังสือ แปลหนังสือเอกสารภาษากรีก ภาษาโบราณอะไรอย่างนี้ แล้วก็ทำ OCR โอ๊ยไปใหญ่เลย ก็เลยจ่าย 200 เหรียญละกัน จบๆ เขาเรียกว่าแก้ปัญหาด้วยเงินครับพี่

วิธีตรวจสอบจำนวน Token ที่ใช้และการจัดเก็บข้อมูลในเครื่อง5:02

โอเคครับ

คือผมสงสัยครับ คือทุกคนต้องมีปัญหาเดียวกันคือติด limit ใช่ไหมครับ คือตอนนี้มันมีใคร audit token usage ได้ไหมครับ หมายความว่า prompt ที่เราส่งไปเนี่ยครับ คือมันมีอะไรที่เป็น formula ที่แท้จริงไหมครับ ว่า token ที่เขาส่งกลับมา ว่าเขา burn ไปเท่านี้ คือมัน prove ได้ และผมกังวลว่า token มันจะกลายเป็น currency ในอนาคตไหมครับ อย่างเช่น 200 เหรียญใช่ไหมครับ มันก็ต้องมีวันที่ใช้ไม่หมด

แล้วผมหมายถึง EOM ที่สมมติบางเดือนมันไม่หมดอย่างนี้ครับ แล้ว subscription เป็น annual ถูกไหมครับ เป็นเดือนครับ เป็นรายเดือน อะ แล้วอนาคตมันจะเทรด token กันได้ไหม

B2B model อะไรแบบนี้ครับ

มี status อยู่ นอกจากนั้น มันมีกระทั่งคนทำแบบ leaderboard มา track ด้วยว่าใช้ไปแข่งกัน ว่าใครใช้เยอะ ใครใช้น้อย แต่คนที่ทำ มันคือ owner ของ model ตัวนั้นหรือเปล่าครับ มันมีทั้ง third-party plugin ด้วยครับ ที่เช็คได้ แต่ผมจำชื่อไม่ได้ครับ แต่สามารถเติมเข้าไปเพื่อ track ได้ แต่ของ Anthropic เอง ก็มีเป็น status ผมจำคำสั่งไม่ได้ ไม่แน่ใจใครใช้บ้าง status เนาะ มันจะฟีลเดียวกับ ค่าน้ำ ค่าไฟ อะไรแบบนี้ไหมครับ ที่ทุกวันนี้เราต้อง trust เขา ว่า meter มันหมุนเท่านี้ เราก็เชื่อว่า speed มันคือเท่านี้

ในตัว Claude นะครับ ถ้าเกิดว่าทุกคนเคยใช้ /resume มันคือแบบ การให้เราเลือกได้ ว่าจะเอา session ไหน มาทำงานต่อ ถูกไหมครับ แปลว่าใน Claude Code เองอะครับ มันเก็บข้อมูลการคุยไว้อยู่แล้ว ใน home/.claude ข้อมูลการคุยทั้งหมด ทุก token ที่เกิดขึ้นมา อยู่ใน folder นั้น แล้วเราก็สามารถที่จะไปแงะดูได้ ว่ามันมี token อะไรเกิดขึ้นบ้าง มี input output อะไรบ้าง ตัวไหนเป็น cache บ้างครับผม ก็คือเรา track ได้หมด เราลงไปเช็คได้หมด เพราะมันเก็บไว้ให้อยู่แล้ว ครับ อันนี้ตอบคำถามไหมครับ

ประเด็นเรื่องความเชื่อมั่นในการคำนวณ Token และแนวคิดตลาดซื้อขาย Token มือสอง7:28

มันก็จะมี status แบบว่า billing เนี่ย ใช้ไปกี่ token เขาคำนวณราคาต่อ token เท่าไหร่ ใช่ครับ ก็คือดูได้ ว่าเราใช้อะไรไปบ้างบนเครื่องเรา ครับ

อันนี้ตอบคำถามประเด็นแรกไหม

ยัง ผมยังไม่เคลียร์เรื่อง คือแต่เราก็ยังต้อง trust

เข้าใจความหมายผมไหมครับ หมายความว่า อย่างเช่น object เนี้ย มันมีมูลค่าเท่านี้ token แต่ถ้าเราไม่เห็นด้วยอะครับ อย่างเช่น hello world เมื่อกี้เนี่ยครับ มันควรจะใช้ token น้อยมาก แต่ผลมันออกมาแบบ 1,000 token 10,000 token แล้วเราไม่เห็นด้วย อ๋อ ถ้าเป็นของ Anthropic เองนะครับ

เราก็จะเห็น tracing ว่า thinking tokens ใช้ไปเท่าไหร่ ใช้ tokens ไปสำหรับอะไรบ้างครับผม คือเราดูได้ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ถ้าเราเห็นว่ามันเกิดขึ้น ถ้าเราไม่เชื่อว่ามันฉลาดพอ อย่างนี้ก็เปลี่ยนไปตัวอื่น ซึ่งจะต่างจาก OpenAI นิดนึง OpenAI ก็คือ thinking process เราไม่รู้เลยมันคิดอะไรบ้าง เราได้มาแต่ราคาอย่างเดียวครับผม คนอื่นอยากเสริมอะไรอีกไหมครับ

จริงๆ agree นะครับ เรื่อง token ที่เหลือ บางที อย่างเดือนนี้เราไปเที่ยวบ่อยใช่ไหมครับ แล้วเราไม่ได้ใช้ token เราควรจะมีเว็บที่เอาไว้ขาย คล้ายๆ token มือสองอะครับ

หรือสามารถแบบ resale ได้ เพราะว่าเราเป็นคนกำหนด expiration date อยู่แล้ว หรือรู้ว่าแบบ revoke token ได้ ก็น่าจะเอาไปขายได้นะครับ

เทคนิคการควบคุม AI เพื่อประหยัด Token และการใช้โมเดลทางเลือกที่ราคาถูกกว่า9:03

แต่อันนี้คือในบริบทของคนที่จ่าย 100 ดอล

จริงๆ ผมอยากเสนอว่า จริงๆ มันก็มีค่ายอื่นที่ถูกนะครับ แล้วก็ผมไม่ได้บอกว่ามันคือ 100% replace Claude แต่เท่าที่ผมลอง มันก็คือ 80-90 ครับ แล้วก็ที่เหลือมันเป็นเรื่องที่เราต้อง supervise AI ตัวที่มันอ่อนกว่า Claude ให้มันเก่งด้วยตัวของเรา เพราะตอนนี้เรากำลังให้ตัวของ AI ทำงานเก่งกว่าเรา

ซึ่งจริงๆ มันไม่ควรเป็นอย่างนั้นนะครับ เราควรจะต้องคุมมันให้อยู่ การคุม token ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ต้องทำนะครับ อย่างผมก็เพิ่งรู้จากต้นมาว่า การที่เราต่อ MCP เยอะๆ มันทำให้มันกิน token เราก็ควรจะต้อง lean มันอะไรเงี้ยครับ หรือ task ที่มันเริ่มแบบเลยป้าย คือเลยไปไกลละ เราก็ต้อง control-C ให้มัน อย่าปล่อยให้มันไปถึงที่สุด แล้วมันก็ burn token ไป แล้ว result ของมันเราก็ไม่ได้ satisfy อะครับ และทุกครั้งที่เราได้ result ที่เราไม่ satisfy เราก็ควรต้องบอกมันว่าเราไม่ satisfy นะ มันจะได้จำละ ว่าไอ้แบบเนี้ยมันเดินทางผิดพลาด

ครับ ก็ช่วยมันเยอะๆ หน่อย แล้วเดี๋ยวสุดท้ายแล้ว คำว่าประหยัดมันก็อยู่ที่ตอนสิ้นเดือนครับ ขอบคุณครับ

ความกังวลเรื่องการใช้พลังงานและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการรันโมเดล AI10:26

มีคำถามต่อไปไหมครับ? อ้อ ครับผม

เกือบต่อเนื่องจากเมื่อกี้ เรื่องค่าไฟ

คือผมไม่แน่ใจ อาจารย์สอนวิศวะไฟฟ้าหรือเปล่าครับ

ผมสอนคอมครับ ขออภัยครับ ผมก็เครียดทุกครั้งเวลาใช้ AI

เพราะว่าพอผมเอาโมเดลมาลองรันเองที่เครื่อง มันร้อนมากเลย คือเอาโมเดล OSS 120 billion

มันแทบจะระเบิดเลย แต่เครื่องมันก็ทำได้นะ ผมก็นึกถึงว่า ถ้าเป็นโมเดล proprietary มันจะขนาดไหน รันหนึ่งทีก็เครียดมากเลย ตะกี้พูดถึง observability performance ใช่ไหม มันก็มีอีกอันหนึ่งก็คือ energy consumption ที่เป็นอีกแกนหนึ่ง ที่เราทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น คือมันมี cost ของธรรมชาติที่เกิดขึ้น ผมก็จะนอยด์แดกทุกครั้งว่า รันหนึ่งครั้งเนี่ย มันจะเกิด consequence อะไรบ้าง มันจะเกิดใบอนุญาตที่เกิดการตัดไม้ทำลายป่า เพื่อทำโรงไฟฟ้าเหมือนนิวเคลียร์ในอนาคตอีกกี่โรง อันนี้คือคำถามที่ทิ้งอยู่ในใจ ไม่รู้จะมีคำตอบไหม

มีใครอยากตอบไหมครับ? ผมตอบให้ก่อนได้นิดหนึ่ง เรื่องการใช้งานมีอยู่ 2 ประเด็นหลักๆ คือใช้น้ำกับใช้ไฟ สำหรับ data center สุดท้ายมันก็คือ supercomputer พูดง่ายๆ เขาก็มี data center ของเขา เรื่องใช้น้ำเนี่ยไม่ค่อยเท่าไหร่ มันเถียงกันเยอะ แต่มันค่อนข้างจะไม่ใช่ปัญหา แต่ว่าเรื่องใช้ไฟเนี่ย คือใช้ไฟเยอะจริง แต่เขาก็พยายามจะ ทางอเมริกาเขาก็พยายามจะ สร้างโรงงาน nuclear เพิ่ม อะไรประมาณนี้ นั่นคือคำตอบของเขา คือมี build out กันเยอะมากตอนนี้ เขาก็กังวล อย่างของอเมริกาเขากังวลว่าไฟพอไหม

เมื่อเทียบกับจีน ที่เขาเตรียม infra ทางด้านไฟฟ้าไว้ดีกว่า มันจะมีพวกนั้น ก็คือใช้ไฟค่อนข้างเยอะ แต่ในส่วนของบริษัทใหญ่ เขาก็ต้อง optimize อันนี้ อยู่เหมือนกัน เพราะนั่นคือค่าใช้จ่ายของเขา เป็น cost ของเขา

แต่ถ้าเกิดเป็นพวก เขาก็อยากได้พลังงานสะอาดแหละ เดี๋ยวนี้จะเริ่มบอกว่า ไปเอา data center ขึ้นไปบน space แทน มี NVIDIA ที่เขาส่งขึ้นไป ก็จะเป็นแบบนั้นแทน จะได้ไม่ต้องเสียค่า cooling ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ แต่เขาบอกว่าเขาก็ส่งขึ้นไป

เพื่อให้ประหยัด ก็ไม่ค่อยแม่นด้านนี้เท่าไหร่ ก็ตามที่อาจารย์บอกแหละครับ

มันมี policy เกี่ยวกับเรื่อง energy consumption ของ AI ทุกยี่ห้ออยู่แล้วครับ ที่อเมริกาอะไรพวกนี้ ซึ่งจริงๆ นั่นคือสิ่งที่เรา control ไม่ได้ครับ สิ่งที่เรา control ได้ ก็คือเรากิน token ไปแล้วครับ งานที่มันออกมา มันคุ้มกับค่าเหนื่อยของ researcher

ที่ Anthropic แล้วหรือยัง คือถ้าผมว่า ถ้างานที่มันออกมามันคุ้มครับ เรื่องข้างหลังเรื่อง energy consumption เราไม่ต้องคิดก็ได้ ก็ต้องใช้ให้คุ้ม ในทุกวินาทีที่ subscribe ไปแล้ว

การใช้ Claude ในงานบริหารจัดการโปรเจกต์ การสรุปประชุม และงานเอกสาร14:16

เดี๋ยวผมขอเสริมอีกนิดหนึ่งแล้วกันเรื่องความคุ้ม เพราะว่าตอนนี้มีเทรนด์หนึ่งในหลายๆ เจ้าเนาะ เขาก็พยายามผลักดันเรื่อง AI for science อยู่ เขามองว่า เทรนด์หนึ่งในปีหน้า เขาก็หวังว่า AI จะมาช่วยให้ทางวิทยาศาสตร์มี breakout ต่างๆ งั้นเราก็หวังว่า มันก็เหมือนการใช้ไฟฟ้าเพื่อเป็น knowledge discovery หรือเพื่อช่วย science อะไรแบบนี้ ก็น่าจะเป็นเทรนด์อยู่ Anthropic เองเขาก็เพิ่งเปิด bio แล็บของเขา OpenAI ก็พยายาม push เยอะมากทางด้านนี้ Google เองก็เหมือนกัน

โอเคครับ คำถามต่อไปครับ

มีใครแบบใช้ Claude Code แต่ว่าไม่ได้ใช้เพื่อการเขียนโค้ดบ้างไหมครับ

ได้ครับ Do you mind if I speak Thai or do you want me English? It's okay, I'll speak English actually. เดี๋ยวขออนุญาตภาษาอังกฤษให้เขาได้ฟังด้วยครับ So basically, I work as a project manager นะครับ. So I usually use Claude Code to either

when I do in my daily standups,

I transcribe like the conversations and use Claude Code to organize the content to understand what risk and what impact

that I can do or mitigate ครับ. So I use a sub-agent called risk mitigation sub-agent to do that ครับ. And I also use it for creating

Confluence documents ครับ. Like let's say for meeting recordings, transcribe from the wave format and then turn it into like a detailed technical document ครับ on that. That's a few of my use cases for non-coding ครับ on that.

So I'm just curious why do you pick Claude Code and not the other LLM for that? Or is it because you already use Claude Code and you just use that as the side thing to connect your works? So I originally came from ChatGPT ครับ then I switched to Claude because I think the feature in Claude desktop you can create the project, put the references etc. For me, I think the output is much better than ChatGPT. That for my experience นะครับ. But ChatGPT is to be honest a bit faster, but I still prefer Claude's robust answers that it matches with my outputs ครับ. Then I think 3-4 weeks ago I went to Claude Code ครับ because I think it manages the context compared to the desktop better and I have some basic familiarity with the terminal ครับ and I used the setting the claude.md file global layer and project layer quite I think it manages context okay เลยครับ. So that's why I think Claude Code is really good. That's very cool, thank you.

ประสบการณ์แปลกใหม่: เมื่อ Claude แอบเขียนนิยายผีกระสือให้ในระหว่างทดสอบระบบ17:32

ก็คือเล่น Claude Code มาตั้งแต่ตอนมันออกเนาะ ตอนนั้นชาวบ้านรอบๆ ตัวเล่น Lovable V0 อะไรกันเงี้ย เราก็พยายามไปป้ายยามันก็ไม่สำเร็จ มันก็บอกว่ายุ่งยากอะไรเงี้ย แต่ตอนนั้นก็ไม่รู้จะเขียนอะไร สุดท้ายก็คลอดออกมาเป็นเว็บ จำได้ว่าเป็น Headless CMS Astro ง่อยๆ อันหนึ่ง แต่ก็ได้ลอง ทีนี้จังหวะที่มาเขียน... คือคำถามคือเอาไปใช้อย่างอื่น นอกเหนือจากโค้ดหรือเปล่า ใช่ไหม ตอนที่มันออก skill อ่ะ ตอนมันออก skill เสร็จปุ๊บ เราก็เห่อมาก เฮ้ย ไอ้นี่แม่งใช้แน่ๆ อะไรเงี้ย แล้วจะลองยังไงดีวะ ก็เลยคืนหนึ่งฝนมันตกๆ

แล้วก็เลยจะบอกว่า เฮ้ย เดี๋ยวเขียนนิยายให้สักเรื่องหนึ่ง

แต่ว่าเอาลองเอา long form พอ long form ปุ๊บ คือจะ challenge ตัวเองไง ว่า context แม่งเยอะ มึงจะทำยังไง มันก็เลยต้องมี agent ตัวนี้ไปทำแบบ creative writing ไปเขียนสารบัญ เขียน persona ของตัวละคร คือคิดแบบนักเขียนนิยายนะ เพื่อค่อยๆ ประกอบ พอเสร็จปุ๊บ พอมันถาม... เราก็มาถามว่า จะเขียนเรื่องอะไร เราก็บอกว่า อยากได้เรื่อง แม่นากพระโขนง ในกรุงเทพฯ มันก็บอกว่า โอเคจะเอาเรื่องนี้เหรอ สักพักหนึ่งก็เหลือบไปเห็น แม่งมีโฟลเดอร์หนึ่ง ชื่อว่าอะไรวะ แบบเหมือนกับ ผีกระสือหัวลอย อ่ะ คือเราก็คลิกเข้าไปดู เอ้า ชิบหายมันเขียนแล้ว ตอนที่มันกำลังเขียนโค้ดให้เราเพื่อจะเขียน มันเทสต์... มันเทสต์ของมันแล้ว ปรากฏแม่งเป็นนิยายร้อยกว่าหน้าในนั้น เราก็เลยช็อกว่า เฮ้ย มึงเก่งขนาดนี้เลยเหรอ แล้วผมก็เลยคืนนั้น ผมก็เลยเอานิยายเล่มนี้บางหน้าโพสต์ไปดู บอกว่า เฮ้ย ผมโดนผีหลอกกลางคืนเลยนะ อยู่ดีๆ มันก็เขียนนิยายผีมาตอนกลางคืนอะไรเงี้ย

อันนั้นคืออยากจะลอง cross skill อันนี้คือเป็นที่มาว่า นี่คือครั้งแรกคือฟลุคๆ เลย แล้วก็แบบมันเจ๋งจริง เป็นเรื่องเขียนนิยายผีกระสือ

มันอธิบายได้หมดเลยนะ เหมือนมันทำไมรู้ด้วยว่า ผีกระสือจะต้องมาตอนไหน ประวัติอะไร คือเหมือนกับมันไปหามาจากไหนไม่รู้อ่ะ คือว่าจะสั่งให้มันเขียนแม่นากพระโขนง แต่เหลือบไปเห็นโฟลเดอร์ที่พอมันเขียนเสร็จ มันลองเทสต์ดู มันคิดขึ้นเองเลยนะว่ามันจะเขียนเรื่องนี้ แล้วมันก็เขียนรอไว้ เราก็เลยแบบชิบหายกูไม่เขียนต่อแล้ว เพราะผมตกใจ ก็เลยปิดเครื่องนอน

การใช้ Claude เป็น Agent ช่วยประเมินผลและตรวจสอบคุณภาพของ Agent ตัวอื่น19:45

ขอบคุณครับ มีใครเสริมอะไรไหมครับ

ผมใช้เป็นตัว ไม่แน่ใจว่าเกี่ยวกับ coding ไหม แต่ว่าใช้เป็นตัว evaluate พอดีผมทำเป็นตัว agentic และตอนเทสต์อะไรอย่างนี้ เวลามันไปต่อกับ MVP ผมจะมีตัวผลลัพธ์ที่คาดหวังกับ input ที่ใส่ไป แล้วก็มันจะต้องมีคนมาคอยเทสต์แบบ final ว่า input อันนี้มันควรจะเป็นคำตอบนี้หรือเปล่า แต่ตอนนี้ก็คือใช้เหมือนกับบางรอบก็ใช้เป็น Claude ในการรันเทสต์ให้มันแบบใส่ input ตามที่ใส่เข้าไปในไฟล์ แล้วก็ใส่ logic เข้าไปเป็น skill แล้วก็รอ output อันไหนที่ output มันผิดเนี่ย อาจจะให้มันเหมือนไป monitor ว่า MCP หรือตัวอะไรผิด แล้วก็ไปใส่เหมือนกับเป็น Markdown ให้ว่าเกิดจากอะไร แล้วให้มันมีคอลออกมาว่า เนี่ยได้กี่เปอร์เซ็นต์ มีปัญหาอะไรบ้าง ในการเอาไปปรับ flow ของ agent หรือแบบเป็นดีไซน์อะไรใหม่ต่อเงี้ยครับ

ขอบคุณครับ

เปรียบเทียบการใช้ภาษาไทยและอังกฤษในแง่ของวิธีคิดและค่าใช้จ่าย Token20:42

ไม่อยากเสริม แต่อยากลองถามดูว่าสงสัย

เมื่อกี้พูดเรื่องเกี่ยวกับหนังผีไทยอะไรอย่างนี้ ปกติคุยภาษาไทยกับ Claude ด้วยเปล่าครับ

มีใครอยากแชร์อะไรไหมครับ เรื่องภาษาไทยของ Claude

ปกติผมคุยภาษาอังกฤษเลย สงสัย... ผมคุยภาษาไทยปนภาษาอังกฤษ แต่บางครั้งอยากได้ effect วิธีคิดแบบคนไทย

ก็เลยจำเป็นต้องคุยภาษาไทย เรารู้แหละว่าพิมพ์ภาษาไทยแล้วมันเปลือง token กว่าภาษาอังกฤษ แต่งานแบบนี้เราอยากให้มันคิด ด้วยวิธีคิดของคนไทย ลอง prompt ดูซิ ปรากฏว่าอ้าว ตอนแรกมันก็คิดภาษาอังกฤษอยู่ดีแฮะ

คือหมายถึงตัวศัพท์ agent มันน่ะ แต่ว่าโอเคแหละ แต่ตอนปลายทางสุดท้าย มันก็จะแปลผลให้เป็นภาษาไทยตามต้นทางที่เราส่งให้

ไม่แน่ใจว่าความอยากให้วิธีคิดแบบคนไทย มันส่งไปถึงได้แค่ไหนระหว่างทาง ครับ ประมาณนั้น ขอแชร์เรื่อง use case ที่ไม่เกี่ยวกับ code เพิ่มนิดหนึ่ง

การใช้ AI แก้ปัญหาชีวิตประจำวัน: ตั้งแต่แปลตำราโบราณไปจนถึงงานออกแบบและแก้ฟอนต์21:52

ผมเอาไปทำนอกจากงานแปลตำราภาษากรีกโบราณ

ผมก็เอามาวาด diagram ช่วงนี้ผมสนใจการแปลตำราเรขาคณิตของ Euclid

มันไม่เคยมีใครแปลเป็นภาษาไทย ผมก็รู้สึกเออมันน่าแปลจัง แปลไปแปลมางานมันงอก พบว่าโลกนี้มีคนแปลหลายสำนวน

เราเอามาเทียบสำนวนดูซิว่า Fitzpatrick หรือว่าหลายๆ ตระกูลมันมีการ develop อะไร

ไปๆ มาๆ อีกนิดหนึ่งก็จะทำ ป.โท ได้แล้ว

ก็เลยเบรกไปก่อน ต่อมาก็คือแปลนิยาย แล้วพบว่ามันมีปัญหา font ผมก็เอาไปแก้ปัญหาทาง design คือ font ภาษาไทยกับภาษาอังกฤษ metrics มันไม่ตรงกัน

ถ้าเป็นแต่ก่อนเราทำอะไรไม่ได้ นอกจากไปหา font ใหม่ หรือแก้ CSS วุ่นวาย ผมก็เข้าไปใช้ library ของ Python

เข้าไป modify ค่า metrics อะไรต่างๆ แก้ด้วย Claude Code ถามว่าเป็น coding หรือเปล่า สุดท้ายมันก็ coding อยู่ดีแหละ แต่เราไม่ได้ไปแก้ปัญหา code นะ เราแก้ปัญหาชีวิตประจำวัน อีกอย่างหนึ่งก็คือเอามาออกแบบเกมครับ ผมเคยจัดงานสัมมนา แล้วอยากจะสร้างเกมที่ participant กับคน แล้วลองใส่เงื่อนไข ใส่บทบาท ใส่ role มันมีคนเท่านี้ เราจะพูดประเด็นนี้

แล้วเราจะใช้เกมอะไรนำเข้าไปสู่เรื่องดี ก็สนุกดีครับ

อันนี้ก็เป็น use case ที่เคยลองประมาณนี้ครับ ก็มีภาษาไทยนิดหนึ่งครับ ผมใช้เขียนพวก requirement ครับ

ผมจะตั้ง agent ให้ตอบเป็นภาษาไทยกับผมก่อนเลย ถ้าเกิดมันเผลอหลุด rule อะไรขึ้นมา ผมก็จะบอกว่า ให้ talk with me in Thai หรือ chat with me in Thai ไปก่อน เพราะบางทีจะมี session brainstorm ด้วย อ่านไทยมันสแกนลื่นกว่า เร็วกว่า ไม่ต้องคิดเยอะหลายอย่าง แต่ผมจะตอบมันกลับไปเป็นภาษาอังกฤษ

เพราะบางทีจะ remote เข้าไปในเครื่อง Mac บ้าง Windows บ้าง เพื่อจะเปิดรันทิ้งไว้ แล้วมันมีปัญหาในการสลับคีย์ แล้วเราก็ปวดหัวในการสลับภาษา เพราะเอาอันนี้มา Windows มันสลับคีย์แบบนี้ ก็เลยตัดรำคาญด้วยการตอบเป็นภาษาอังกฤษกลับไป

ประยุกต์ใช้ AI สร้าง 'Second Brain' และฝึก Active Recall จากการอ่านหนังสือ24:47

ผมจะใช้พวกให้มัน save context, save memory ไว้ เป็น plugin อะไรประมาณนี้ มี rule อะไรประมาณนี้อยู่ มีอยู่รอบหนึ่งผมจะให้มัน backup context เพื่อที่จะเอาไปเริ่มในอีกเครื่องหนึ่งแบบไม่ได้ขึ้น Git ให้มันสรุป ให้ update memory คำสั่งประมาณนี้ แล้วมันก็สรุปกลับมาว่า

มันก็จะมีกฎว่าผมให้ AI มันเรียกผมว่า master

ชอบให้สนทนาเป็นภาษาไทย ให้ document เป็นภาษาอังกฤษ แล้วก็มีเพิ่มอีกว่า แต่ว่าเวลาโมโหจะชอบด่าเป็นภาษาไทย อันนี้คือมันจดของมันเอง ผมก็แอบขำจริง ๆ ว่า เวลาหงุดหงิดมากจริง ๆ ผมจะพิมพ์ด่าเป็นภาษาไทย แต่เวลาคุยงานจะตอบภาษาอังกฤษ ให้มันพ่นยาว ๆ มาเป็นภาษาไทยครับ ประมาณนี้ ครับ ของผมเป็นเคสหน่อมแน้มที่ใช้ภาษาไทย

ลองเอามาใช้ Claude Code กับงานแบบ self-improvement สมมติเราอ่านหนังสือ แล้วเราอยากทำ active recall อ่านจบหนึ่งบท เช่น atomic habits ก็ได้ อ่านจบปุ๊บ แทนที่จะจดลงสมุดหรือจำ

ผมอาจจะไป create custom command ว่า active recall ซึ่งใน active recall คือเราจะ prompt ไปเลยว่า ช่วยรับฟังสิ่งที่ผมสรุปมาว่าเมื่อกี้อ่านอะไรไป หลังจากนั้นช่วยถามคำถามกลับมาหน่อย ส่วนใหญ่ผมอ่านเล่มที่ดัง ๆ มันก็จะรู้อยู่แล้วว่าบทไหนยังไง

ให้มันอ่านสิ่งที่ผมสรุปไป แล้วให้ถามกลับมา เพื่อรีเช็กตัวเองด้วยว่าผมเข้าใจสิ่งนั้นถูกไหม คุยกันจบ session ปุ๊บ ค่อยสรุปแล้วเขียนเป็นโน้ต เก็บไว้เป็นบท ๆ ใน markdown file และมีอีกไฟล์เป็น index บอกว่าอ่านถึงหน้าไหน เหมือนเป็นสารบัญ เป็นอีกวิธีหน่อมแน้มหนึ่ง ที่คิดว่าน่าจะเอาไปใช้ได้กับทุกคน เหมือน second brain ครับ

คำแนะนำสำหรับมือใหม่และการบริหารจัดการ Token ให้คุ้มค่าที่สุด26:57

โอเคครับ มีคำถามจากทางบ้านนะครับ มีคำถามครับ พอดีใหม่สำหรับเรื่อง AI ไม่ทราบว่ามีคำแนะนำไหมว่าจะต้องเริ่มยังไงบ้างครับ มีใครอยากตอบไหมครับ เริ่มยังไงดีครับกับ AI

ผมเดาว่าน่าจะเป็นน้อง ๆ หรือเปล่าครับ เริ่มจากตัวฟรีไปก่อนก็ได้ครับ ดูว่ารีดศักยภาพสุดของตัวฟรีได้แค่ไหน แล้วค่อยเขยิบไปใช้ตัวที่จ่ายตังค์ครับ

ซึ่งจ่ายตังค์ถ้าเป็นค่ายจีนเริ่มที่ 3 dollar และถ้าเป็นค่ายฝรั่งก็จะเป็น 20 dollar ครับ

แต่ถ้าเป็นนักศึกษาฝั่ง Google ก็จะฟรีครับ

โอเคครับ คำถามต่อไป การจัดการ token กันยังไงบ้าง แล้วรู้สึกว่าผลลัพธ์ตามที่ต้องการ

มีใครอยากตอบคร่าว ๆ ไหมครับ จัดการ token ยังไงดี ก็ตามที่พูดไปใน lightning talk อ่ะครับ คืออ่าน doc ครับ แล้วดูว่าเราใช้ context ไปเท่าไหร่ แล้ว burn มันไปเท่าไหร่ ก็อ่าน doc เยอะ ๆ ครับ ไม่ว่าจะใช้เจ้าไหนก็ตาม ทั้งตัว doc ของ model ทั้งตัว doc ของ harness ทุกเจ้า อ่าน doc ครับ

มุมมองต่ออนาคตของการจ้างงานและบทบาทของมนุษย์ในการตรวจสอบ AI28:22

คำถามสุดท้ายจากทางบ้านนะครับ มีความเห็นอย่างไรบ้างกับการจ้างงานในอนาคต เนื่องจาก AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้นค่อนข้างเยอะ และมีค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่าการจ้างงานครับ

มีใครที่ยังไม่ได้พูดแต่แบบอยากเสริม เรื่องการจ้างงานในอนาคตไหมครับ

ผมคิดอย่างนี้นะครับ คือ tool ครับ มันเป็น tool มันเป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งเนาะ มันไม่สามารถมาแทนคนได้จริงๆ ได้ 100% เพราะว่าสุดท้ายแล้ว คนก็ต้องมานั่งทำงาน กับ tool มันอยู่ดีนะครับ ตรงนี้ผมก็เลยคิดว่า ในอนาคตครับ คนที่เก่งเรื่อง AI มันก็จะมีบทบาทมากกว่า คือเราต้องเพิ่มศักยภาพของตัวเองมากกว่าในการใช้ tool ตรงนี้ให้แบบถูกที่ถูกทางนะครับ ประมาณนี้ครับ

เรื่องของงานผมก็มองเหมือนกันครับ แต่ว่าแค่รู้สึกว่า มันอาจจะมีอาชีพที่แตกต่างเพิ่มขึ้นมา อย่างเรื่องของ hardware compute อะไรพวกนี้ มันน่าจะไม่ใช่แบบ hardware ธรรมดาแล้ว หรือบางทีเราก็อยากต้องการให้ AI ใช้ในองค์กร เพราะ data บางอย่างเราโยนไปไม่ได้ ก็อาจจะต้องมีตำแหน่งอาชีพที่มาบริหารจัดการอะไรพวกนี้ หรือว่าบริหาร token แบบที่พี่บอก ขอบคุณครับ

ก็เห็นด้วยกับทั้งสองท่านครับที่ได้กล่าวมา

แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือว่า AI มันก็ไม่ได้ฉลาดหรือตอบคำถามให้เราถูกต้องได้ 100% อย่างที่มีหลาย ๆ คน ก็คือส่วนมากนี่ก็ใช้ AI

ทำพวก application หรือว่าเขียน code เขียน website ใช่ไหมครับ แล้วเคยมีไหมครับว่ามันเขียนแล้วพอเราไป run จริงนี่ คือ run ไม่ได้ เขียน code syntax error ผิด message ผิด ซึ่งผมก็เจอประจำครับอันนี้ แต่ผมมองว่ามันเป็นเครื่องมือตัวหนึ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมา ดังนั้นความผิดพลาดเกิดขึ้น ถามว่าคนจำเป็นไหม คือจำเป็นครับ เพื่อที่จะมา verify ตรวจสอบความถูกต้อง ก็คือว่า มันไม่มีเครื่องมือชนิดไหนครับ ที่สามารถที่จะ perfect ทำงานได้ทุกอย่าง 100% แทนคนได้หรอกครับ เพราะมันก็ผิดพลาดได้

แต่เราก็ต้องมา verify approve มันครับ เพื่อให้มันถูกต้องครับ

ขอบคุณครับ ก็เนื่องจากเราขอสถานที่ไว้

กล่าวปิดกิจกรรม ขอบคุณทีมงาน และถ่ายรูปร่วมกัน30:53

ถึงประมาณแค่ 22.15 น. นะครับ ก็น่าจะหมดเวลาแล้ว แต่ว่าก่อนไป อยากให้ปรบมือขอบคุณน้อง Jennifer จาก Cleverse ครับผม แล้วก็พี่แม่บ้านที่ช่วยดูแลเรา

โอเคครับ ได้ครับ แล้วก็น่าจะจบแค่นี้ หรืออยากถ่ายรูปด้วยกันหน่อยไหมครับ

อันนี้ถ่ายรูปเป็นหลักฐานใช่ไหมครับ ถ่ายเป็นหลักฐานก่อน เดี๋ยวกลับบ้านดึก

ทุกคนโชคดีครับ บ๊ายบายครับ

Edit metadata on GitHub

How to Contribute to Transcripts

Report Inaccuracies

1

Select text and click Report

Highlight the inaccurate text in the transcript, then click the Report button that appears.

2

Right-click any transcript text

Right-click on any transcript segment to select it and show the Report button.

Keyboard Shortcuts

Cycle playback speedS
Navigate to timestampPaste
Play/pause videoSpace
Seek ±5 seconds← →
Paste timestamps like "00:02:20.680" to jump to that position